ตกแต่งสถานที่จัดสัมมนาอย่างไรให้บรรยากาศเป็นมิตร

การจัดงานสัมมนาเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมการวางแผนมาเป็นอย่างดี เพราะถึงแม้ความรู้ที่เรามอบให้จะเป็นเชิงวิชาการ แต่ก็ต้องควบคู่กับความสนุกสนานและบรรยากาศที่ดี เพื่อให้การสัมมนาไม่น่าเบื่อและส่งมอบความรู้ให้ผู้เข้าฟังสัมมนาอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะต้องวางแผนสิ่งที่จะสื่อสารกับผู้ฟังเป็นอย่างดีแล้ว สถานที่จัดสัมมนาก็เป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้ว่าห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ จะมีหลายแบบ หลายสไตล์ให้เลือกสรร แต่ตัวผู้จัดงานสัมมนาเองก็จำเป็นที่จะต้องใส่ใจในเรื่องของการตกแต่งเพิ่มเติม เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับผู้เข้าร่วมเช่นกัน เรามาดูกันว่าควรจัดการสถานที่จัดสัมมนาอย่างไร ถึงจะช่วยเสริมให้บรรยากาศในงานดียิ่งขึ้น

 

จัดเก้าอี้ให้ไม่ดูแออัดจนเกินไป

การจัดเก้าอี้คือสิ่งที่หลายคนละเลย สถานที่จัดสัมมนาบางที่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมงานได้ใกล้ชิดกัน แต่ทำผิดวิธีคือนำเก้าอี้แต่ละตัวมาวางใกล้กันมากจนเกินไปหรือห่างกันจนเกินไป หากใกล้จนเกินไปก็อาจทำให้นั่งไม่สบาย หากที่นั่งห่างจนเกินไปอาจทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารู้สึกประหม่าหรือไม่มีเพื่อนได้ ควรเลือกสถานที่จัดสัมมนาให้มีขนาดพอดีกับจำนวนผู้เข้าสัมมนา หรือหากผู้เข้าสัมมนามีจำนวนน้อย ก็ไม่ควรใช้สถานที่ใหญ่จนเกินไปเพราะจะทำให้ดูไม่อบอุ่น ในปัจจุบันห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ มีให้เลือกเยอะขึ้น หากจำนวนผู้เข้าสัมมนามีความเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่จำเป็นต้องยึดติดกับที่เดิมๆ ก็ได้

 

เลือกใช้โทนสีที่เป็นมิตร

บางครั้งผู้จัดสัมมนาชอบเลือกที่จะใช้โทนสีขององค์กรเข้ามาเป็นธีมหลักในสถานที่จัดสัมมนา ในกรณีที่สีองค์กรค่อนข้างฉูดฉาดเช่น สีเหลือง สีชมพูบานเย็น หรือสีส้ม อาจจะต้องยอมลดการใช้สีนั้นๆ ลง เลือกใช้สีอื่นๆ ที่สบายตามากขึ้นเป็นพื้นหลัง แล้วค่อยแทรกสีหรือสัญลักษณ์องค์กรด้วยรูปแบบอื่นๆ เข้าไปเพียงเล็กน้อยแต่พองาม เพราะบางครั้งสีนั้นๆ อาจไปรบกวนจิตใจ หรือดึงดูดสายตาผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ เพราะฉะนั้นหากใครเลือกห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ ต้องดูให้ดีด้วยว่า โทนสีห้องจัดสัมมนานั้นๆ ดูสบายตามากพอหรือยัง

 

เลือกของตกแต่งให้เข้ากับธีมที่จัดสัมมนา

อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การหาของตกแต่งให้สอดคล้องกับหัวข้อที่สัมมนา อาจทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเข้าถึงหัวข้อในวันนั้นมากขึ้น หรือหากหัวข้อสัมมนาไม่สามารถหาสิ่งของที่สอดคล้องมาตกแต่งได้จริงๆ ก็อาจใช้วิธีเลือกของตกแต่งให้เข้ากับโทนสีห้องจัดสัมมนานั้นๆ แทน แต่อย่าให้โดดเด่นจนดึงสายตาคนมากเกินไป บางกรณีผู้จัดงานอยากตกแต่งสถานที่จัดสัมมนาให้เป็นไปตามความชอบของตนเองหรือองค์กร แต่อย่าลืมคำนึงว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาผู้อื่นอาจไม่ได้ชอบแบบเดียวกับเรา ควรคำนึงถึงใจเขาใจเรา จัดให้ดูสบายตาก็พอ ในปัจจุบันห้องจัดสัมมนากรุงเทพบางแห่งก็สามารถแจ้งได้ล่วงหน้าว่าอยากให้ตกแต่งแบบไหนเป็นพิเศษหรือไม่ ที่สำคัญการเข้าไปดูสถานที่จริงในการจัดสัมมนาล่วงหน้า ก็จะช่วยให้วางแผนการตกแต่งได้ดียิ่งขึ้น

 

นอกเหนือจากการตกแต่งแล้วก็อย่าลืมว่า ควรหลีกเลี่ยงสถานที่จัดสัมมนาที่ไม่สามารถกันเสียงรบกวนภายนอกได้ ตรวจเช็กเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ เพราะถึงแม้คุณจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน หากสถานที่ไม่เป็นใจก็อาจทำให้เสียบรรยากาศได้ และหากคุณเลือกใช้ห้องจัดสัมมนาในกรุงเทพ ก็ควรเลือกสถานที่ที่เดินทางสะดวก มีรถโดยสารผ่าน และมีที่จอดรถเพียงพอ เท่านี้การจัดสัมมนาของคุณก็เป็นไปอย่างราบรื่นได้ไม่ยาก

3 ทำเลมาแรงที่บริษัทพัฒนาอสังหาฯ กว้านซื้อสร้างที่อยู่อาศัย

ถึงแม้ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจะเกิดความชะลอตัว แต่ธุรกิจประเภทอสังหาฯ หรือบริษัทพัฒนาอสังหาฯ กลับสวนทางเติบโต และขยายตัวเพราะมีโครงการต่างๆ เกิดขึ้นมากมายอย่างต่อเนื่อง เพราะในปัจจุบันหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่กำลังทยอยกันเกิดโครงการพัฒนาที่ดินเกิดขึ้นทั่วแทบทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการขยายถนน โครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ  ที่ก่อให้เกิดความเจริญขึ้นโดยพื้นที่นั้นๆ จะปรับตัวสูงขึ้น ทำให้บริษัทพัฒนาอสังหาฯ เล็งเห็นพื้นที่ทำเลทองแห่งใหม่ในอนาคต ซึ่งได้พยายามกว้านซื้อที่ดินเพื่อนำไปพัฒนาเป็นอสังหาฯ เช่น คอนโดฯ บ้าน โรงแรมที่พัก และตึกสำนักงานต่างๆ เป็นต้น และเนื่องด้วยราคาที่ดินที่สูงขึ้นทำให้บริษัทพัฒนาอสังหาฯ สามารถปรับราคาหรือมูลค่าของโครงการสูงตามขึ้นได้เช่นกัน จะมีทีั่ไหนที่เป็นทำเลทองแห่งอนาคตที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจกันบ้างตามไปดูกันเลย

เริ่มต้นด้วยพื้นที่ปริมณฑลอย่างอ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ปัจจุบันมีความเจริญเข้าถึงในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ศูนย์การค้าชั้นนำขนาดใหญ่จากเครือเซ็นทรัลอย่างเซ็นทรัล เวสต์เกต และยังมีการพัฒนาทางด้านคมนาคมอย่างการตัดถนนเข้าสู่เส้นวงแหวนกาญจนาภิเษกหรือการตัดเข้าถนนเส้นใหญ่ที่สำคัญอย่างถ.ราชพฤกษ์ ถ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ต่างๆ เข้ามาเริ่มลงทุนกันอย่างต่อเนื่องทั้งโครงการบ้านจัดสรร โครงการบ้านเดี่ยว โครงการทาวน์โฮม และคอนโดฯ ทยอยกันสร้างขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับการเป็นทำเลทองในอนาคต

 

มาต่อกันด้วยพื้นที่กลางเมืองอย่างย่านรัชดา-พระราม9 ถึงแม้ว่าย่านนี้ในปัจจุบันอาจเป็นย่านเศรษฐกิจที่รองมาจากย่าน สีลม สาทร เพลินจิต ทองหล่อหรือสุขุมวิท แต่ในอนาคตอันใกล้ทำเลนี้กำลังจะกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่กำลังมีโครงการจากบริษัทพัฒนาอสังหาฯ หรือนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่นในการเข้ามาลงทุนกันมากขึ้นจนเกิดโครงการขนาดยักษ์ใหญ่ขึ้นอย่างโครงการ”The Super Tower”ซึ่งเป็นโครงการตึกที่มีความสูงกว่า 215 ชั้นนับเป็นตึกที่สูงที่สุดในอาเซียนเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีโครงการคอนโดฯ ที่เกิดขึ้นใหม่ในบริเวณรอบข้างอีกด้วย

 

และทำเลย่านชานเมืองอย่างมีนบุรี ในอดีตย่านนี้อาจไม่มีอะไรหวือหวามากนักแต่ในอนาคตจะรถไฟฟ้าให้บริการถึงสองสายคือสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) และสายสีส้ม(ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางกะปิ-มีนบุรี มาบรรจบ ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าทั้งสองสายกำลังอยู่ในช่วงก่อสร้าง ซึ่งจากเดิมมีนบุรีถือเป็นจุดศูนย์รวมที่สามารถเดินทางออกไปยังที่ต่างๆ ได้เช่น บริการรถตู้ รถสองแถว รถโดยสารประจำทางต่างๆ หลังจากที่โครงการรถไฟฟ้าแล้วเสร็จ รวมไปถึงโครงการสร้างสะพานข้ามแยก โครงการขยายถนนแล้วเสร็จ พื้นที่ระแวกนี้ก็จะมีการคมนาคมที่สะดวกสบายเป็นอย่างมาก ปัจจุบันเกิดโครงการที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดฯ หรือโครงการบ้านเดี่ยว ขึ้นแล้วมากมายจากบริษัทพัฒนาอสังหา

จะเห็นได้ว่ามีโครงการพัฒนาในพื้นที่ต่างๆ กำลังเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้เราจึงไม่ควรมองถึงแค่ปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบันเท่านั้น แต่ควรมองไปยังสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในพื้นนั้นๆ ด้วย