เปลี่ยนบ้านเก่าให้เป็นบ้านใหม่ดียังไง ปรึกษาผู้รับรีโนเวทบ้านดูสิ

บ้านคือความฝันที่จับต้องได้ของผู้คนเสมอมา ที่นี่เป็นที่แห่งการเริ่มสร้างครอบครัว เป็นที่ของการพักผ่อนจากวันอันเหน็ดเหนื่อยยาวนาน และเป็นที่ก่อร่างสร้างธุรกิจขนาดเล็กสำหรับคนหลายคนเช่นกัน เมื่อมีบ้าน สิ่งที่ตามมาก็คือการดูแลรักษา เพื่อให้บ้านของเราอยู่กับเราไปตลอด แต่ถ้าหากเริ่มเหนื่อยกับการซ่อมบำรุงทีละจุด หรือเบื่อการตกแต่งบ้านแบบเดิมๆ แล้ว ขอแนะนำให้ปรึกษาผู้รับรีโนเวทบ้าน เพื่อเปลี่ยนบ้านหลังเก่าหลังเดิม เป็นบ้านหลังใหม่โดนใจคุณ โดยการรีโนเวทบ้านหนึ่งครั้ง ผู้พักอาศัยหรือเจ้าของบ้านจะได้ประโยชน์ด้านอื่นด้วยเช่นกัน ดังนี้

ถือโอกาสทำความสะอาดอย่างหมดจด

สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้กับบ้านที่มีอายุมานาน คือความสกปรกที่แม้จะทำความสะอาดมากแค่ไหน ก็ต้องเหลือร่องรอย หรือมีจุดที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึงอยู่เสมอ จุดดังกล่าวมีทั้งใต้เฟอร์นิเจอร์  เครื่องเรือน เตียง ในห้องใต้หลังคา ผนังที่มีคราบฝังลึก ห้องน้ำที่ยาแนวหลุด ห้องเก็บของที่มีกลิ่นอับ เป็นต้น ซึ่งหนทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดย่อมหนีไม่พ้นการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่รับรีโนเวทบ้านนั่นเอง การรีโนเวทจึงถือเป็นโอกาสขนย้ายสิ่งของทั้งหมด ทำความสะอาด และซ่อมแซมส่วนที่เคยมองไม่เห็นได้อย่างดี

สร้างระเบียบบ้านใหม่อีกครั้ง

บ้านทุกหลังมีระเบียบการจัดการเป็นของตัวเองเสมอโดยขึ้นอยู่กับผู้อยู่อาศัย ระบบการพักอาศัยในบ้านเช่นนี้จะทำให้ทุกสิ่งเรียบร้อย มีการจัดการที่ดี และบ้านจะไม่รกรุงรัง แต่บางครั้งเมื่อผ่านระยะเวลาไปช่วงหนึ่ง ระเบียบบ้านก็อาจจะซับซ้อน หรือไม่เหมาะสมกับกาลเวลา เช่น การย้ายของทุกอย่างไปที่ห้องเก็บของอย่างเดียว โซนจัดเก็บเอกสารสำคัญที่อาจจะกระจายอยู่ทั่วบ้าน เป็นต้น การรีโนเวทบ้านจึงได้ประโยชน์เนื่องจากจะมีโอกาสได้ขนย้ายสิ่งของอีกครั้ง และสามารถสร้างระเบียบข้าวของใหม่ได้หลังผู้รับรีโนเวทบ้านจัดการเสร็จ และย้ายสิ่งของกลับเข้าที่

แก้ปัญหาเกี่ยวกับบ้านได้ทันที

การรีโนเวทบ้าน โดยมากผู้รับรีโนเวทบ้านจะต้องย้ายสิ่งของ และสัมภาระในจุดที่ต้องจัดการออก การเคลียร์ข้าวของเช่นนี้จะทำให้มองเห็นว่าบ้านมีจุดใดบ้างที่เป็นปัญหา หรืออาจจะเป็นปัญหาในอนาคตได้ โดยตัวอย่างปัญหาที่มองเห็นได้ยาก เช่น ผนังซึม น้ำรั่ว รูหนู คราบสกปรก หรือจุดสร้างกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับชื้นอันเป็นปัญหา เป็นต้น โดยผู้รับรีโนเวทบ้านจะทำการแก้ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมดก่อนย้ายสิ่งของกลับเข้าที่ จนบ้านของคุณกลายเป็นบ้านหลังใหม่ไปเลย

บ้านคือสวรรค์วิมาน และเป็นพื้นที่การใช้ชีวิตที่สบายที่สุด แต่หลายๆ ครั้งการซ่อมบำรุงบ้านเก่าอย่างต่อเนื่อง หรือปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นก็อาจจะทำให้เจ้าของบ้านหรือผู้พักอาศัยรู้สึกปวดหัวได้ หากมีโอกาสให้ลองปรึกษาผู้รับรีโนเวทบ้านดูสักครั้ง เพราะการรีโนเวทใหม่หนึ่งครั้งจะทำให้บ้านดูใหม่ สะอาด และลดปัญหาลงอย่างเห็นได้ชัด ช่วยให้บ้านอยู่กับคุณไปได้อีกยาวนาน

เลาะลายแทงร้านช้อปเครื่องสำอางใกล้คอนโดติดรถไฟฟ้า

กำเงินแน่นๆ แล้วไปเลาะลายแทงร้านเครื่องสำอางกัน! ขอเอาใจสาวๆ ขาช้อปโดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่เป็นภูมิแพ้เครื่องสำอาง เห็นบลัชออน ลิปสติก อายแชโดว์ เป็นไม่ได้ปรี่เข้าไปปาเงินใส่รัวๆ ยิ่งใครที่คอนโดติดรถไฟฟ้ามีแล้วล่ะก็ ยิ่งง่ายต่อการละลายทรัพย์เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว เอาล่ะลองตามมาดูย่านสุดฮิตที่เป็นแหล่งละลายเงินของสาวๆ กันดีกว่าว่าหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มีคอนโดติดรถไฟฟ้าคุณจะไปช้อปที่ไหนดี…

 

สยาม

บีทีเอสสยาม คือสถานที่แรกที่ผู้ใช้ชีวิตในคอนโดติดรถไฟฟ้ามักจะนึกถึง สยามถือเป็นศูนย์กลางที่มีแทบทุกอย่างที่นักช้อปต้องการ สมกับสำนวนไทยที่ว่าสากกะเบือยันเรือรบ กล่าวคือสยามมีสินค้าแทบทุกประเภทตั้งแต่รถยนต์หรูหรือเฟอร์นิเจอร์ระดับดีไซน์เนอร์ในสยามพารากอน ไปจนถึงอาหารสดหรือเครื่องครัวในกูร์เมต์และบิ๊กซีราชดำริ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักช้อปสายเครื่องสำอางสามารถเดินเลือกสินค้ากันได้ทั้งวันเช้าจรดเย็น เช่น เครื่องสำอางเคาท์เตอร์แบรนด์หรูในบิวตี้ฮอลล์ สยามพารากอนหรือในเซโฟร่า หรือถ้าอยากซื้อเครื่องสำอางแนว Drugstore ก็มีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นอีฟแอนด์บอย วัตสัน เป็นต้น

 

สุขุมวิท (อโศก)

ข้อดีของบริเวณอโศกคือมีทั้งสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT เอาใจนักช้อปผู้พักอาศัยในคอนโดติดรถไฟฟ้าอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเดินทางแวะมาก่อนเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าหรือตั้งใจมาเที่ยวโดยเฉพาะ โดยปกติแล้วบริเวณอโศกจะเป็นบริเวณที่พนักงานหนุ่มสาวออฟฟิศทำงานกันมากมาย จึงมีตลาดขนาดใหญ่และร้านค้าที่ราคาสมเหตุสมผล สายช้อปเครื่องสำอางสามารถหาซื้อของแบรนด์ตลาดนัดได้ตามตลาดรวมทรัพย์ หรือตลาดนัดมศวที่มีทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เครื่องสำอางในตลาดเหล่านี้มีราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาทเท่านั้น หรือถ้าหากต้องการซื้อเครื่องสำอางทั่วไป อโศกก็ยังมีร้านอีฟแอนด์บอย หรือห้างเทอร์มินัล 21 ไว้ให้เดินช้อปปิ้งกันได้อย่างสนุกสนาน

 

จตุจักร (หมอชิต)

บริเวณรถไฟใต้ดินสถานีจตุจักรหรือรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีผู้คนไปเยี่ยมเยือนมากที่สุด เนื่องจากมีตลาดนัดจตุจักรซึ่งถือเป็นตลาดนัดวันหยุดสัปดาห์ขนาดใหญ่อันมีร้านค้ามากกว่า 8,000 แผง มีโครงการย่อยกว่า 27 โครงการ ส่วนร้านขายเครื่องสำอางมีกระจายอยู่ทั่วทั้งตลาด นอกจากตลาดนัดจตุจักรแล้ว บริโวณโดยรอบก็ยังมีจตุจักรตลาดนัดติดแอร์ (JJ Mall) สำหรับนักช้อปที่อยากเดินซื้อของแบบสบายๆ ไม่ต้องกลัวเครื่องสำอางโดนความร้อน ท่านใดที่ชอบเดินยังสามารถเดินทะลุสวนจตุจักรไปเจเจกรีนซึ่งเป็นตลาดนัดกลางคืน เซ็นทรัลลาดพร้าว หรือยูเนี่ยนมอลล์ได้ เรียกได้ว่าหากได้ไปเดินบริเวณจตุจักรจริงๆ ใช้เวลาสองวันก็ยังสนุกไม่มีเบื่อ

 

ศูนย์วัฒนธรรม

เป็นอีกสถานีที่ตอบโจทย์ผู้มีคอนโดติดรถไฟฟ้าใต้ดิน เนื่องจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมมีสถานที่ช้อปปิ้งเรียงกันถึง 4 จุด ได้แก่ เอสพลานาดรัชดา ตลาดนัดรถไฟรัชดา เดอะสตรีทรัชดา และบิ๊กซีรัชดาภิเษก สถานที่ช้อปปิ้งหลากหลายขนาดนี้ แหล่งขายเครื่องสำอางก็หลากหลายเช่นเดียวกันตั้งแต่แบรนด์ไทยในตลาดนัดรถไฟที่เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 17.00 – 01.00 น หรือจะเป็นแบรนด์ Drugstore ในเอสพลานาดหรือบิ๊กซีก็มีให้เลือกหลากหลาย จุดเด่นของสถานีศูนย์วัฒนธรรมนี้คือนักช้อปสามารถอยู่ยาวได้จนถึงดึก เหมาะสำหรับนักช้อปสาย Mrt ที่อยากที่นั่งชิวหรือเดินเที่ยวยามกลางคืนเช่นกัน